การพัฒนาการทอเสื่อให้มีความหลากหลายยิ่งขึ้นถือเป็นการต่อยอดภูมิปัญญาดั้งเดิมของการทอเสื่อให้มีความยั่งยืน ตามแนวทางการดำเนินโครงการพัฒนาผลิภัณฑ์จากต้นกก สู่นวัตกรรมที่หลากหลายเพื่อสุขภาพชุมชนเสม็ดงาม ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดจันทบุรี ซึ่งมีลักษณะกิจกรรม 2 ลักษณะ คือ 1. กิจกรรมการอบรมเพิ่มทักษะความรู้เรื่องการนำเอาสมันไพรพื้นบ้าน มาเพิ่มมูลค่าให้กับผลิตภัณฑ์เสื่อกก และ 2. การพัฒนารูปแบบการตัดเย็บเสื่อกกให้เป็นผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายขึ้น เพื่อตอบโจทย์ของผู้บริโภคมากขึ้น โดยการใช้อัตลักษณ์ของชุมชนเป็นฐานในการคิดรูปแบบของผลิตภัณฑ์ ซึ่งได้รับความอนุเคราะห์จากวิทยากรผู้มากประสบการณ์และองค์ความรู้ จากคณะครุศาสตร์ ร่วมกันพัฒนาผลิตภัณฑ์ตลอดระยะเวลา 9 เดือน คือระหว่างเดือนพฤศจิกายน 2564 - เดือน กรกฎาคม 2565 โดยมีท่านคณบดีคณะครุศาสตร์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิวัฒน์ เพชรศรี เป็นประธานในการเปิดโครงการ และ อาจารย์สมปอง มูลมณี และคณาจารย์สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร์ เป็นผู้รับผิดชอบโครงการ ในครั้งนี้
๒. หัวข้อการบรรยาย ประกอบด้วย
๒.๑ การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก
๒.๒ การสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์
๒.๓ ขั้นตอนในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่
๒.๔ กระบวนการออกแบบพัฒนาผลิตภัณฑ์
๒.๕ กระบวนการสร้างผลิตภัณฑ์จากต้นกก สู่ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพ
๒.๖ การต่อยอดองค์ความรู้สมุนไพรพื้นบ้าน สู่ผลิตภัณฑ์เสื่อกกเพื่อสุขภาพ
2.7 การพัฒนาช่องทางการจำหน่ายสินค้าเสื่อกกเพื่อสุขภาพ
๓. สรุปผลการบรรยาย
๓.๑ การออกแบบและพัฒนาผลิตภัณฑ์จากเสื่อกก ดังนี้
การแปรรูปเสื่อ ช่วยกันระดมความคิดในการออกแบบ
กลุ่มที่ 1 พูดเรื่องสมุนไพรที่จะนำมาใช้
1. หอมแดง มีกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะ และมีสรรพคุณต่าง ๆ พร้อมทั้งมีน้ำมันหอมระเหย ช่วยเรื่องการนอนหลับ มีงานวิจัยเกี่ยวกับหัวหอมที่ช่วยรักษาโรคโควิดได้ ในหอมแดงสดมีเอนไซม์อัลลิเนส (alliinase) เป็นสารประกอบกำมะถันปริมาณสูงจากธรรมชาติ ซึ่งใช้ในการต้านไวรัส ต้านการอักเสบ และต้านเชื้อแบคทีเรีย ป้องกันโรคหวัด คัดจมูก ช่วยรักษาการติดเชื้อและอาการแพ้ระบบทางเดินหายใจ เช่น เจ็บคอ มีเสมหะ ปวดหัว และแพ้อาหารบางชนิด รวมถึงสาระสำคัญที่ทำให้เกิดกลิ่นฉุนของหัวหอมแดง มีคุณสมบัติในการลดไขมันในเส้นเลือดและลดน้ำตาลกลูโคสในเลือด
2. ตะไคร้ ตะไคร้ขาว ตะไคร้หอม นำตะไคร้มาสกัดกลั่นกลิ่นใช้เป็นน้ำมันหอมระเหย รวมถึงตะไคร้หอมมีคุณสมบัติกันยุงได้ด้วยป้องกันสัตว์ได้ มีกลิ่นที่ดี
3. ใบชะพลู รักษาโรคเบาหวาน ต้มให้เดือดสักพัก นำมาดื่ม เหมือนดื่มน้ำชา แก้ท้องอืดเฟ้อ ขับลมและช่วยในการขับเสมหะ เป็นต้น และประโยชน์ของชะพลูในด้านของสุขภาพนั้นก็คือ มีวิตามินเอและธาตุแคลเซียม ในปริมาณสูงเป็นพิเศษ และมีธาตุเหล็ก ธาตุฟอสฟอรัส คลอโรฟิลล์ เส้นใยอีกด้วย ซึ่งล้วนแล้วแต่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
4. มะกรูด มีกลิ่นหอม ใบสามารถสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหยออกมาได้ มีกลิ่นของน้ำมันหอมระเหยจัดอยู่ในตระกูลส้ม นิยมใช้กันมาตั้งแต่ในสมัยโบราณ ใช้ในการทำอาหาร ช่วยบำรุงสุขภาพเสริมความงาม เป็นพืชสมุนไพรโบราณที่มีคุณประโยชน์ทางยามากมาย โดยสามารถนำส่วนต่าง ๆ มาใช้รักษาอาการต่าง ๆ ช่วยสร้างเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกายและต้านทานโรคหลายชนิด
5. หัวไพล ทุกส่วนสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด ส่วนดอกมีสรรพคุณช่วยขับโลหิตและกระจายเลือดเสีย ส่วนลำต้นช่วยเรื่องปรับสมดุล ใบช่วยแก้ปวดเมื่อยหรือมีไข้ และรากช่วยบรรเทาอาการเลือดกำเดาไหลได้แต่ส่วนที่สำคัญและมีคุณค่ามากที่สุดก็คือส่วนเหง้าที่แก่จัดได้ที่แล้ว มีสรรพคุณและสาระสำคัญหลากหลายจัดเป็นหนึ่งเครื่องยาสมุนไพรพื้นฐานที่ได้รับความสนใจ ตลอดจนมีงานวิจัยรองรับมากมายอีกด้วย
6. ใบขลู่ เมื่อนำมาผึ่งให้แห้ง จะมีกลิ่นหอมคล้ายกลิ่นน้ำผึ้งนำมาใช้ต้มกับน้ำดื่มหรือชงแทนชาจะช่วยลดน้ำหนักได้ ใช้ใบรสหอมฝาดเมาเค็ม เป็นยาขับปัสสาวะ แก้เบาหวาน ขับนิ่ว นำใบสดแก่ นำมาตำแล้วบีบเอาน้ำ ทาตรงหัวริดสีดวงทวาร ทำให้หัวริดสีดวงหดหายไป แก้กระษัย ยาอายุวัฒนะ สมานภายนอกและภายใน แก้ไข้ ขับเหงื่อ นำใบมาตำผสมกับเกลือกินรักษากลิ่นปาก และระงับกลิ่นตัว นำใบมาต้มดื่มแทนชาลดน้ำหนัก บรรเทาอาการปวดเมื่อย
7. ขมิ้น ถ้านำมาบดให้ละเอียดแล้วเอามาใส่แคปซูล หรือนำมาชงกับน้ำร้อนน้ำอุ่น จะช่วยเรื่องขับถ่าย ใช้ทั้งปรุงรสอาหารและเป็นวัตถุดิบในตำรับยาหลายขนาน ด้วยกลิ่นหอมและรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ความเผ็ดร้อนที่กำลังดี ไม่แสบเหมือนพริก ผสมกับความขมอีกเล็กน้อยตามแบบของพืชจำพวกเหง้า พร้อมให้สีสันเหลืองนวลเด่นชัด ขมิ้น จึงเป็นที่นิยมในการทำเครื่องแกง นอกจากนี้มีการนำไปสกัดเป็นน้ำมันหอมระเหย เครื่องประทินโฉม และยารักษาโรค
8. ผักเชียงดา เป็นยารักษาโรค อยู่ในกลุ่มผักที่มี วิตามินซี และ สารอนุมูลอิสระสูง สามารถช่วยกระตุ้นเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ต้านการติดเชื้อไวรัส เป็นส่วนสำคัญที่จะช่วยให้เราลดความเสี่ยงและเป็นเกราะป้องกันตนเองจากไวรัสโควิด-19
9. ใบยูคาลิปตัส เป็นกลิ่นหลักที่จะใช้กับผลิตภัณฑ์โดยการนำมาตากแห้งแล้วนำมาห่อผ้าใส่กับผลิตภัณฑ์
เมื่อนำไปตากแห้งสามารถนำมาทำชงเป็นน้ำชาได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในการเยียวยาโรคหวัดตามธรรมชาติและนำไปใช้เป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์แก้หวัดและแก้ไอ
สมุนไพรใกล้ตัวจะมีคุณประโยชน์ที่หลากหลาย ควรนำมาสร้างคุณค่าให้เกิดประโยชน์ ด้วยการทำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ในชีวิตประจำวัน อยากให้ช่วยกันนำผลผลิตต่างๆในชุมชน มาแปรรูปด้วยการตากแห้งและนำมาขายให้กับกลุ่ม เพื่อสร้างรายได้
กลุ่มที่ 2 ออกแบบผลิตภัณฑ์
- เบาะที่นั่งสมุนไพร เนื่องจากการใช้งานเหมาะที่จะทำให้มีกลิ่นสมุนไพร เพื่อใช้ในการนั่งสมาธิ สปา
- การทำหมอน เนื่องจากการนอน หากมีกลิ่นสมันไพร จะทำให้รู้สึกผ่อนคลาย
- หมอนที่ระลึก เนื่องจาก เป็นสิ่งที่ทำได้ง่าย ไม่เปลืองสมุนไพร พกพาได้สะดวก
กลุ่มที่3 กระบวนการเย็บ กระบวนการทำ
- ออกแบบ เป็นรูปสิ่งที่เป็นเอกลักษณ์ชุมชน เช่น มะม่วง กระต่าย เรือ
- ใช้ถุงผ้าเพื่อใส่สมุนไพรก่อน ที่จะยัดใส่ในหมอน เสื่อ เพื่อไม่ให้สมุนไพรแตกหัก หรือผุง่าย รักษากลิ่นได้นาน
- อบสมุนไพรก่อนใส่ เพื่อไม่ให้เป็นเชื้อรา
- ใช้ฟองน้ำรองด้านใน เพื่อป้องกันเสียงดังกรอบแกรม และความสวยงาม